หมวดหมู่: ฺรีวิวท่องเที่ยว

เป็นการรีวิวการเดินทาง

  • Dolomite Italy :Alpe di Siusi

    ✨ สวรรค์ของคนรักธรรมชาติ ที่สวยงามทุกฤดูกาล

    🌿 Alpe di Siusi (อัลเป ดิ ซิอูซี)
    ทุ่งหญ้าอัลไพน์ที่สวยงามราวภาพวาด ใจกลางเทือกเขาโดโลไมต์

     

    📍ที่ตั้ง : Dolomites UNESCO World Heritage Site

    Alpe di Siusi ตั้งอยู่ในแคว้น South Tyrol ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี โอบล้อมด้วยเทือกเขา Dolomites ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO

    📍พิกัด :https://maps.app.goo.gl/tX7rfcma9ZL7UNd17

    ⭐ ความสำคัญ
    ที่นี่ถือเป็น ทุ่งหญ้าอัลไพน์บนที่สูงที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีชื่อเสียงด้านทัศนียภาพธรรมชาติอันงดงาม ทั้งทุ่งหญ้าสีเขียว ดอกไม้ป่า และฉากหลังเป็นภูเขาหินปูนอันโดดเด่น เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ การเดินเขา ปั่นจักรยาน และสกีในฤดูหนาว

     

    📐 ขนาดและความสูง

     

      • พื้นที่ประมาณ 56 ตารางกิโลเมตร

      • ความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,680 – 2,350 เมตร

    📜 ประวัติคร่าว ๆ
    Alpe di Siusi ถูกใช้เป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์มาตั้งแต่สมัยโบราณโดยชุมชนท้องถิ่น จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมภูเขาแอลป์ ปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์อย่างเข้มงวด เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของธรรมชาติและวิถีชีวิตดั้งเดิมควบคู่กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    🚗 การเดินทางจาก Ortisei → Alpe di Siusi

    🔹 ขึ้นกระเช้าที่สถานี Seilbahnen St.Ulrich – Seiser Alm

    • สถานีอยู่ทางฝั่งตะวันออกของ Ortisei เดินไม่ไกลจากใจกลางเมือง

    📍พิกัด จุดขึ้นกระเช้า : https://maps.app.goo.gl/QosocPwrwktBbco97

    —————————————-

     

      • รวมภาพ คลิก

  • Dolomites – Italy Private Road Trip

    เที่ยวโดโลไมท์แบบกรุ๊ปส่วนตัว วิวสวยระดับโลก

    ✨ เที่ยวสบาย เป็นส่วนตัว ไม่ต้องรวมกรุ๊ป ✨

    🚗 Road Trip 5 คืน 6 วัน (ไม่รวมวันบิน)

    🌄 เที่ยวชิล ๆ ถ่ายรูปสวยทุกวัน

    👨‍👩‍👧‍👦เหมาะสำหรับคู่รัก กลุ่มเพื่อน ครอบครัว /

    (สามารถดูแลตัวเองได้ในระดับหนึ่ง )

    💰 อัตราค่าบริการ

    👨‍👩‍👧‍👦 4 คน ( 78,000 บาท /ท่าน : พัก 2 คน/ห้อง)

    👨‍👩‍👧 3 คน ( 86,000 บาท /ท่าน : พัก 3 คน/ห้อง)

    👫 2 คน ( 111,000 บาท /ท่าน : พัก 2 คน/ห้อง)

    ✅ แพ็กเกจนี้รวม

    ✔️รถพร้อมน้ำมันตลอดทริป

    ✔️Tour Leader ดูแลตลอดการเดินทาง

    ✔️อาหารเช้า

    ✔️ค่าขึ้นเขา Seceda

    ✔️ประกันอุบัติเหตุวงเงิน 1.5 ล้าน บาท

    ✔️เตรียมเอกสารยื่นวีซ่าฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

    ❎ ไม่รวม

    ❌ตั๋วเครื่องบิน (ประมาณ 23,000- 35,000 บาท)

    ❌ อาหารเที่ยง / อาหารเย็น/

    ❌รายการอื่นๆ นอกเหนือจากโปรแกรม

    ❌ค่าวีซ่า (ประมาณ 3,000 -4,000 บาท)
    ✔️ เหมาะสำหรับคู่รัก กลุ่มเพื่อน ครอบครัว

  • เที่ยวบูดาเปสต์ 3 คืน 3 วัน

    ทริปนี้มีเวลา 2 วันครึ่ง ในการสำรวจเมือง Budapest ประเทศฮังการี ด้วยภาพจำสมัยที่ยังแบกขาตั้งกล้องถ่ายภาพรอแสงเช้าแสงเย็น จำได้ว่าเป็นเมืองที่มีตึกสวย ๆ ตั้งอยู่ริมน้ำ และสะพานพร้อมแสง ยามค่ำคืน ทำให้ตั้ง Budapest ไว้เป็นหนึ่งในลิสต์ของตัวเองที่อยากจะเดินทางมาเห็นซักครั้ง หลายปีผ่านไป ตอนนี้เลิกแบกขาตั้งกล้องหนัก ๆ และเลิกสะพายกล้องตัวโตแล้ว คงเหลือไว้เพียงมิลเลอเลสตัวเล็ก กับมือถือ เท่านั้นเอง แต่ แต่ แต่ครั้งนี้ เป็นโอกาสอันดีที่เจอตั๋วถูกแสนถูก ไป-กลับ มิลาน-ฮังการี พร้อมน้ำหนักกระเป๋า เพียง 3,620 บาท เท่านั้น จึงได้เวลาไปตามหาแสงสวยๆ ของภาพจำเมื่อหลายปีก่อน

    ทริปนี้นอกจากจองตั๋วกับที่พักแล้วก็ไม่ได้แพลนหรือวางแผนอะไรล่วงหน้าเลย มาค้นหาวิธีเข้าเมืองกับจุดท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ที่สนามบินมิลานก่อนบินไปเมือง Budapest นั้นเอง หลังจากส่งสมาชิก Road trip Dolomite ขึ้นเครื่อง ก็นั่งดูข้อมูลการเดินทางต่าง ๆ ของBudapest ในระหว่างรอขึ้นเครื่อง
    เนื่องจากมาถึงสนามบินมิลานตั้งแต่ 11 โมงเช้า แต่ไฟลท์บินไปบูดาเปสต์ ออก 21.45 น. ทำให้มีเวลาค่อนข้างมากในการหาข้อมูล เป้าหมายไม่มีอะไรมากคือเดินเล่นไปเรื่อย ๆ ไม่รีบเร่งและ ต้องเหนื่อยมากนัก
    หลังจากนั่งแพลน ระหว่างรอที่สนามบินก็ได้โปรแกรมคร่าว ๆ และเริ่มต้นเดินทาง….

    DAY 1 : ถึงสนามบิน Badapest 23.25 น. รับกระเป๋าเดินออกจากประตูจะเห็นป้าย รถ นั่งรถเข้าเมือง (รถสาย 100 E  BKK busz ลงป้ายแรก แล้วเดินต่อไปยังที่พักประมาณ 600 เมตร ) เราพักที่ Maverick Central Market ทั้ง 3 คืน ใกล้แหล่งท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวในตัวเมืองได้เลย ใกล้ตลาดโบราณ (Hostel 3 คืน ราคา เพียง 1,921  บาทเท่านั้นเอง ถูกมากกกก)

    DAY 2: วันนี้ขอพักผ่อนจากการเดินทาง ROAD TRIP DOlOMITE เลยนอนพักยาว ๆ จนเกือบเที่ยง แล้ว ค่อยออกจากที่พักหาร้านอาหารจีนทานข้าวเพื่อเติมพลัง จะบอกว่าถนนแถวที่พักร้านอาหารเอเชียเยอะมาก มีจีน เวียดนาม ญี่ปุ่น โดยเฉพาะร้านอาหารเวียดนามเยอะมากกก เลือกไม่ถูกเลยทีเดียว กดดูรีวิวแล้วเดินเข้าร้านอาหารจีน สั่งผัดหมูใส่ผักราดข้าว ซุปหนึ่งถ้วย โค้กหนึ่งกระป๋อง เป็นข้าวจานแรกในรอบ 1 สัปดาห์ ออกจากร้านอาหารก็เดินไปตลาดโบราณ Central Market Hall ห่างจากที่พักแค่ 400 เมตร ตลาดนี้ตั้งอยู่ในตึกโบราณขนาดใหญ่ เมื่อเข้าไปด้านในคือใหญ่มาก มีสองชั้น ด้านล่างส่วนใหญ่จะขายพวกผักผลไม้ ของสด มีผลไม้แปลก ๆ เยอะเลย อาหารเครื่องดื่ม น้ำ พริก มีของฝากด้วย ส่วนชั้นสองจะเป็นร้านอาหาร ร้านของฝาก เสื้อผ้า หมวก และสินค้าอื่นๆ เรียกได้ว่ามาที่เดียวครบทุกอย่างเลยทีเดียว มีร้านอาหารท้องถิ่นน่าลองหลายร้านแต่วันนี้ทานอาหารเช้ามาแล้วเลยแพลนว่าพรุ่งนี้ถึงจะมาทดลองทานอาหารเช้าที่นี้

    ออกจากตลาดก็เดินมาหยุดที่สะพานสีเขียว สะพานนี้มีชื่อว่า Liberty Bridge ซึ่งบริเวณสะพานนี้ จะสามารถมองเห็น สะพาน Erzsébet Bridge ได้ด้วย นอกจากนี้บนสะพานสีเขียวแห่งนี้ยังมีประติมากรรมจิ๋ว (mini bronze statue) ของจักรพรรดิ Franz Joseph นอนอยู่บนเปลญวน ที่ ซึ่งศิลปิน Mihály Kolodko ตั้งใจทำเพื่อเชื่อมโยงกับอดีตที่สะพานเคยใช้ชื่อ “Franz Joseph Bridge” สะพานแห่งนี้เป็นสะพานข้ามแม่น้ำดานูบที่เชื่อมระหว่างเมืองบูดา และเมืองเปสต์ บริเวณนี้นอกจากประติมากรรมจิ๋วแล้วตรงนี้ยังมีรถไฟสีเหลืองคลาสสิคสวย ๆ ผ่าน ทุกๆ 5 นาทีเลยทีเดียว เรียกได้ว่าคงถูกใจสายถ่ายรูปรถไฟคลาสสิคกับสะพานแน่นอน เราใช้เวลาอยู่ที่นี้ถ่ายภาพซักพัก ก็เดินต่อ คิดไว้ว่าวันนี้จะล่องเรือชมวิว หลังจากนั้นก็จะขึ้นเขาไปจุดชมวิวชมวิวกลางคืนแล้วกลับที่พักก็พอ

    ออกจากสะพานเดินเลียบเม่น้ำดานูบมาฝั่งเปสต์ ก็จะเห็นอุโมงค์ ทางรถไฟสีคลาสสิค+ใบไม้เปลี่ยนสี สวย ๆ  เดินเล่นถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ จนมาถึงบริเวณท่าเทียบเรือ มีท่าเทียบหลายท่าเลยทีเดียวที่เปิดบริการ แต่เราเลือกเรือโบราณ ที่ท่าเรือ Dock11 รอบ 14.30 น. ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง  ในการล่องเรือ เรือจะพาเราล่องไปตามแม่น้ำดานูบ (ย้อนกลับทางเดิมที่เดินมา ไป ถึง National Theatre แล้วก็วกกลับ แล้วล่องต่อไปถึง Margaret Island  วกกลับมายังท่าเรือ Dock 11 ) เมื่อลงจากเรือ เราก็เดินต่อไปยังสะพาน Erzsébet Bridge เพื่อข้ามสะพานไปฝั่งบูดา แล้วขึ้นเขาไปยังจุดชมวิวแบบ พาโนรามา ของเมือง บูดาเปสต์นั้นเอง จุดชมวิวนี้คือ Citadel Lookout  เมื่อข้ามสะพานมาแล้วจะเห็น รูปปั้น นักบุญเกลแร์ต์ สีเขียวตั้งเด่นอยู่ ด้านหลังมี Colonnade อาคารเสาโค้ง ส่วนด้านหน้ามีน้ำตกจำลองสวยงาม ทางขึ้นเขาก็คือทางที่จะขึ้นไปรูปปั้นนั้นเอง เมื่อึงรูปปั้นแล้วจะมี ทางแยกสองทางสามารถขึ้นไปทางไหนก็ได้ก็จะไปบรรจบกันที่จุดชมวิว

    สำหรับจุดชมวิว Citadel Lookout ด้านบนสุดตอนนี้จะมีต้นไม้กิ่งไม้บังวิว ดังนั้นคนส่วนมาก จะมาอยู่ตรงจุดนั่งพัก จุดที่สอง ก่อนถึงลานด้านบน ( นับจากด้านบนลงมา) วันนี้พระอาทิตย์ตก ประมาณ 16.45 น. เรานั่งดูวิว ชมแสงสวย ๆ รถวิ่งไปมาด้านล่าง ภาพเรือล่องไปตามแม่น้ำดานูบสวยงามจริง ๆ  นั่งดูวิว ถ่ายภาพ จน ห้าโมงครึ่งคือฟ้ามืดสนิทแล้ว ไม่มีแสงพอให้ถ่ายภาพแล้วเลยเดินลงจากเขาลงมาจากเขา และข้ามสะพานกลับไปยังฝั่งเดิม เดินข้ามมาแล้วก็เดินตรงตามถนนไปจนถึงแยกไฟแดง จะเป็นถนน Petofi Sandor St ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นถนนช้อปปิ้งของนักท่องเที่ยวเพราะนอกจากจะมีร้านอาหารทั้งสองข้างทางแล้วยังมีร้านขายเสื้อผ้า ร้านของฝาก ร้านไอศกรีม น้ำ ตลอดเส้นทาง เดินเล่นอยู่ประมาณ 1 ชั่วโมง ก็เดินกลับที่พัก วันนี้นอนเร็วหน่อย พรุ่งนี้จะตื่นแต่เช้าออกมาทดลองอาหารโลคอลของเมืองบูดาเปสต์ที่ตลาดโบราณ ส่วนเย็น ๆ จะไปนั่งชมวิวริมแม่น้ำดานูบ

    DAY 3 : วันนี้ออกจากที่พักเร็วหน่อยเพราะว่าจะไปทานอาหารโลคอลที่ชั้นสองของตลาดโบราณ เราเลือกที่นั่งริมทางเดินที่หน้าร้าน กะว่าจะนั่งมองวิวด้านล่างไปด้วย เลยเอาขาตั้งกล้องวางจองที่ไว้ (555+) เข้าไปต่อคิวจะซื้ออาหาร มองมาด้านนอก อ้าว! ขาตั้งหายไปไหนแล้ว รีบวางถาดอาหารเดินไปหาขา… ปรากฏว่าโต๊ะข้าง ๆ บอกว่าพนักงานของร้านเก็บให้เพราะกลัวหาย (พนักงานเดินเอาขา…มาให้พร้อมบอกว่า ยู ไม่ควรวางของไว้นะ เพราะมันจะหายให้ถือติดตัวไปด้วย…ขอบคุณค่ะนึกว่าหายเสีบแล้ว) กลับเข้าร้านไปใหม่ไปต่อคิวเพื่อสั่งอาหาร สำหรับการสั่งอาหารก็จะเหมือนร้านหลาย ๆ ร้านในยุโรป คือ ขั้นตอนแรก หยิบถาด แล้วเดินต่อคิว เลื่อนถาดไปเรื่อย ๆ จะมีตู้วางอาหารเรียงกันอยู่ พนักงาน จะอยู่ด้านหลัง  มีป้ายรูปอาหารห้อยลงมาจากด้านบน / เมนูที่เราจะสั่งอยู่ด้านบน เราก็บอกเขาหรือชี้ที่รูป เขาก็จะตักอาหารให้เรา แล้วเราก็เดินต่อแถวต่อไปจะมี น้ำเครื่องดื่ม ให้เลือก ตรงสุดปลายแถวจะมีพนักงานคิดเงิน เขาจะดูที่ถาดว่าเราซื้ออะไรบ้างคิดเงินแจ้งราคา จ่ายเงิน เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการซื้อ

    สำหรับเมนูที่จะสั่งตอนแรกก็คือเมนู ไส้กรอกโฮมเมด แต่พอถึงเวลาสั่งจริง ๆ กลับชี้ไปที่เมนูขาหมู 5555+ จะบอกว่าขาหมูคือชิ้นใหญ่มากกกก พยายามทานยังไงก็ไม่หมดซักที  

    โอเค ทานเสร็จเดินช้อปปิ้งซื้อของที่ระลึก และเช่นเคยของที่ระลึกที่ซื้อก็คือแม้กเน้ต ของแต่ละเมืองกับแต่ละประเทศที่ไปมา สำหรับราคาก็จะอยู่ที่ อันละ 1100 โฟริน หรือประมาณ 107 บาท ซื้อมาสามอันสบายใจว่ามาถึงบูดาเปสต์แล้ว ออกจากตลาดโบราณ วันนี้มีนัด จะไป Fisherman’s Bastion หรือป้อมปราการตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 19 รอบนี้เซฟแรงและเซฟขานิดหนึ่งเลย นั่งรถไฟไปลงที่สะพาน Erzsébet Bridge สะพานที่ไปจุดชมวิวเมื่อวาน เดินเล่นถ่ายรูปและเดินตามถนนไปเรื่อย ๆ เพื่อขึ้นไป Fisherman’s Bastion จะบอกว่ายิ่งเดินสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ วิวก็สวยเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ตึกรามบ้านช่อง และใบไม้เปลี่ยนสี สีเหลืองแดงแซมสีเขียวสวยมาก กว่าจะถึงด้านบนก็ บ่ายพอดี ด้านบนสามารถมองเห็นวิว อาคารรัฐสภา และวิวเมืองจนไปเห็นบอลลูนสีแดงที่อยู่ไกล ๆ สุดลูกหูลูกตา เมืองหลวงประเทศฮํงการีเป็นเมืองที่สวย คลาสสิคมาก และแน่นอนเมื่อเป็นจุดชมวิวแลนด์มาร์ค คนก็จะเยอะเช่นกัน เลยแพลนไว้ว่าพรุ่งนี้จะมาเช้า ๆ เพื่อเก็บภาพตอนไม่ค่อยมีคน

    จึงเริ่มเดินออกจากจาก Fisherman’s Bastion เดินยาวมาจนถึง Buda Castle  บ่าย ๆ เดินเล่นไปเรื่อย ๆ ประมาณ บ่ายสามโมงก่อนพระอาทิตย์ตก ก็เดินย้อนกลับไปเพื่อไปนั่งรอดู Hungarian Parliament Building ช่วงเวลาเปิดไฟ พร้อมเงาสวย ๆ ที่จะสะท้อนลงแม่น้ำดานูบ จะบอกว่า ที่นี้เป็นสวรรค์ของช่างภาพแน่นอน หลังพระอาทิตย์ตก ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็จะเห็น อาคารสวย ๆ  สะพานที่ทอดข้ามแม่น้ำดานูป คู่กับแสงสวย ๆ ตั้งเรียงรายอยู่ริมแม่น้ำมากมาย ชนิดที่เลือกไม่ถูกเลยทีเดียวว่าจะเก็บภาพแลนด์มาร์คไหนดีคู่กับแสงเช้าแสงเย็น  เดินไปเรื่อย ๆ ข้ามสะพานกลับมาจุดเดิมเมื่อวานนั่งรถไฟกลับที่พัก เพื่อไปเก็บกระเป๋าสำหรับเดินทางกลับไทยแลนด์บ้านเรา

    DAY 4 : วันนี้ตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อที่จะไป Fisherman’s Bastion อีกครั้ง ตอนที่ยังไม่มีคน วันนี้จะไม่นั่งรถไฟเหมือนเมื่อวาน เพราะเมื่อวานจากที่สังเกต Fisherman’s Bastion จะมีรถบัสขึ้นไปถึงตรงทางขึ้นเลยไม่ต้องเดินเนินเขา เมื่อมาถึง  Fisherman’s Bastion บรรยากาศตอนเช้า แตกต่างจากตอนเย็นมากเพราะแทบจะไม่มีคนเลย มี มาถ่ายพรีเวดดิ้งกัน 2-3 คู่ กับ นักท่องเที่ยวไม่ถึง 10 คน เดินเลนถ่ายภาพซักพัก ก็ถึงเวลา กลับที่พัก เพื่อที่จะเดินทางไปสนามบิน เพื่อเดินทางกลับบ้านเรา รอบนี้บิน 4 ไฟลท์ ยาว ๆ ไป กับสายการบิน Wizz และ เอมิเรตส์ คนเดิมคนดี (Budapest – Milan,Milan– Dubia ,Dubia-Bkk ,Bkk-Roiet) เจอกันใหม่ทริปหน้าค่ะ

    คลิกชมภาพฉบับเต็มค่ะ

    #Budapest #ใบไม้เปลี่ยนสี # #flyjoytravel #Somewherejourney #Hungary